เราจะไว้ใจแม่บ้านได้แค่ไหน?

October 3, 2018

 

การที่เราจะหาแม่บ้าน หาพี่เลี้ยงเด็ก หรือหาผู้ดูแลผู้สูงอายุสักคนมาดูแลบ้านและคนที่เรารัก คำถามแรกๆ ที่สำคัญคือแม่บ้านคนนั้นไว้ใจได้ไหม ความไว้ใจเป็นพื้นฐานในการอยู่ร่วมกันไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบใดก็ตาม หากต้องมามัวนั่งพะวงว่าแม่บ้านจะขโมยของไหม จะดูแลคนที่เรารักดีหรือเปล่า จะกลายเป็นว่าแทนที่การจ้างแม่บ้านมาจะช่วยแบ่งเบาภาระกลับสร้างความอึดอัดใจให้แทนสีย วันนี้แอดมินจะขอให้คำแนะนำที่กลั่นกรองมาจากประสบการณ์ให้ทุกท่านนำไปประกอบการตัดสินใจกันค่ะ

 

1.เราสามารถไว้ใจแม่บ้านได้ แต่ไม่ควรไว้ใจมากเกินไป

ถึงแม้อาชีพแม่บ้านจะเป็นอาชีพที่มีคนไม่ดีแฝงเข้ามาได้บ้าง แต่นั่นคือส่วนน้อยค่ะ แม่บ้านส่วนใหญ่ก็คือคนธรรมดาคนหนึ่งที่มาหางานทำเพื่อเลี้ยงชีพ หากเราได้ลองพูดคุยได้เห็นลักษณะนิสัยการทำงานก็พอจะรู้ได้ว่าคนๆ นี้เป็นคนแบบไหน แต่ถึงเราจะคิดว่าเราได้แม่บ้านมือดี ทำงานเก่งทุกอย่าง บุคลิกลักษณะน่าไว้วางใจ และประวัติขาวสะอาด ก็ไม่ได้หมายความว่าเราควรไว้ใจแม่บ้านมากจนเกินไปค่ะ

จิตใจคนเรานั้นสลับซับซ้อน เราไม่มีทางรู้ได้จริงๆ ว่าแท้จริงแล้วใครเป็นคนอย่างไร ประกอบด้วยการที่คนเรามีปัจจัยหลายอย่างที่ผลักดันอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมต่างๆ สถานการณ์เปลี่ยน จังหวะเวลาเปลี่ยน ทำให้บางครั้งคนที่เราคุ้นเคยดีก็ทำในสิ่งที่เราไม่คาดคิดได้ แอดมินขออนุญาตยกเคสตัวอย่างของแม่บ้านคนหนึ่งซึ่งไปอยู่บ้านนายจ้างเป็นเวลานานมาก ทำงานดี เข้ากับบ้านนายจ้างได้ดีทุกอย่าง สุดท้ายทางบ้านเกิดปัญหาทางเงินและแม่บ้านคนนั้นเลือกทางแก้ปัญหาที่ผิด คือการขโมยเงินของนายจ้าง ถึงแม้ว่าจะเป็นกรณีที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากๆ ในทางสถิติ แต่เผื่อใจไว้ก่อนย่อมดีกว่าต้องมาผิดหวังภายหลังค่ะ

 

2.กล้องวงจรปิด ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

ความไว้ใจเป็นเรื่องนามธรรมมากๆ เลยค่ะ มันก็ไม่มีตัววัดที่ชัดเจนว่าใครไว้ใจได้ ใครไว้ใจไม่ได้ หลายครั้งความไว้ใจจึงผูกติดกับความชื่นชอบหรืออคติส่วนตัวของเรามากเกินไป เครื่องมือที่จะมาช่วยแก้ปัญหานี่ได้ดีมากๆ เลยคือกล้องวงจรปิด แอดมินขอแนะนำว่าทุกบ้านที่ใช้แม่บ้านอยู่ควรติดกล้องวงจรปิดค่ะ มันมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด

อันแรกเลยคือกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานสำคัญที่สุดเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด อันที่สองคือในด้านความรับผิดชอบต่องานเราก็จะเช็คได้ว่าแม่บ้านของเราทำอะไรในเวลางาน ทำงานดีไหม แอบอู้บ้างหรือเปล่า
เรามักคิดว่าการติดกล้องวงจรปิดนั้นเป็นความสบายใจของนายจ้าง แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วแม่บ้านหลายคนก็อยากให้นายจ้างติดกล้องวงจรปิดเพื่อความสบายใจของแม่บ้านด้วยค่ะ เพราะบางครั้งหากมีทรัพย์สินในบ้านสูญหายอย่างไม่ทราบสาเหตุ คนที่โดนสงสัยและเป็นคนที่ไม่สบายใจสุดๆ ก็คือตัวแม่บ้านนั่นเอง

 

3.รู้อะไรไม่สู้รู้ประวัติ

แม่บ้านคนนี้เป็นใคร มาจากไหน มีพื้นฐานการศึกษาอย่างไร เคยผ่านงานแบบใดมาบ้าง มีครอบครัวหรือเปล่า และที่สำคัญที่สุดคือมีประวัติอาชญากรรมไหม โดยเฉพาะอันหลังสุดเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักมากๆ เลยค่ะ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ บางครั้งมีแม่บ้านมาสมัครงานกับเรา บุคลิกท่าทางดี ทำงานเก่ง มีความตั้งใจ แต่พอถึงกระบวนการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมกลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมตรวจเราก็รับไว้ไม่ได้ ถือเป็นการคัดคนที่มีประสิทธิภาพพอสมควรค่ะ

นายจ้างบางท่านมีความใจกว้างเป็นกรณีพิเศษที่ให้โอกาสคนมีประวัติ แต่เราข้อให้คำแนะนำเพิ่มเติมนิดนึงว่าหากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการลักขโมย มักมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นซ้ำสูงกว่าคดีอื่นๆ หลายเท่าตัวเลยค่ะ

 

4.ทรัพย์สินมีค่า อย่าเอามาเสี่ยง

เมื่อมีการจ้างแม่บ้านมาอยู่ในบ้านแล้ว นายจ้างควรเพิ่มความรอบคอบในการดูแลทรัพย์สินของมีค่ามากขึ้นกว่าเดิมค่ะ เพราะแม่บ้านเป็นคนที่ต้องทำงานไปทั่วทุกมุมของบ้าน โอกาสที่จะพบสิ่งมีค่าที่ไม่ถูกเก็บไว้ให้ดีนั้นก็มีมาก บางคนไม่ตั้งใจขโมยแต่พอบังเอิญเจอแล้วก็ทนความล่อตาล่อใจไม่ไหวแพ้ภัยตัวเองไปก็มี แนะนำให้นายจ้างทุกท่านปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าค่ะ

 

5.ตรวจกระเป๋าแม่บ้านทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายๆ บ้านมักละเลยเพราะมีความรู้สึกเกรงใจ หรือคิดว่าการตรวจกระเป๋าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัวของแม่บ้านหรือเปล่า แต่อันที่จริงแล้วแม่บ้านส่วนใหญ่ทราบดีถึงนโยบายข้อนี้ค่ะ เพราะเป็นนโยบายที่บริษัทจัดหาแม่บ้านส่วนใหญ่ได้กำหนดไว้ให้แม่บ้าน และตัวแม่บ้านเองก็อยากให้นายจ้างตรวจกระเป๋าเพื่อความสบายใจของฝั่งแม่บ้านด้วยเช่นกันค่ะ

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive
Please reload

Search By Tags
Follow Us
  • Facebook Basic Square